ในวันที่ฉันเปลี่ยนจุดยืน
posted on 26 Jun 2008 20:24 by kaewkanitt in Diaryในชีวิตของคนเราแต่ละคนล้วนมีหน้าที่แตกต่างกัน
เช่นเป็นพ่อ แม่ พี่ น้อง ลูก หลาน สามี ภรรยา
เป็นครู-อาจารย์ ลูกศิษย์ หมอ คนไข้ เจ้านาย ลูกน้อง
นายจ้าง ลูกจ้าง ผู้ให้บริการ ผู้รับบริการ
เป็นประชาชน พลเมืองของประเทศไทย
และเป็นอื่นๆ อีกตั้งมากมาย...
บางคนอาจทำหลายหน้าที่ 
แต่บางคนทำเพียงไม่กี่หน้าที่ ( ถือว่าโชคดีกว่าคนอื่นหรือเปล่านะ
)
เคยมีคำถามในใจบ้างไหมว่า....
คุณทำหน้าที่ที่มีของคุณได้ดีที่สุดแล้วหรือยัง
บางคนทำได้ดีที่สุดในทุกหน้าที่ที่มีอยู่
แต่กับบางคนอาจทำได้ดีที่สุดเพียงบางหน้าที่
ก็มันมีหลายหน้าที่นิเลยอาจมีบางอย่างที่บกพร่องไป
ในสายงานของฉัน ในแต่ละวันมีคนแปลกหน้าตั้งมากมายที่ไม่รู้จัก
เดินเข้ามาอยู่ในความดูแลของฉันในฐานะ "คนไข้"
ทุกๆ วันทำงานด้วยความตั้งใจและคิดว่าทำเต็มที่แล้ว
จนมาวันหนึ่ง(ไม่นานมานี้) ได้เปลี่ยนสถานภาพตัวเองกลายเป็น "คนไข้"
จึงทำให้รู้ว่ามีหลายเรื่องที่เรามองข้ามไป เพราะมุมที่ยืนอยู่นั้นต่างกัน
อย่างเรื่องง่าย ๆ เช่นการเจาะเลือด/ฉีดยา
ฉันรู้สึกว่าเป็นเรื่องเล็กๆ เพราะทำทุกวันจนคุ้นเคยดี
จนลืมนึกถึงความรู้สึกของคนที่นั่งอยู่ตรงหน้า(คนไข้)
แต่บางคนที่แสดงออกให้รู้ว่ากลัวก็จะมีการพูดคุยเพื่อให้ผ่อนคลาย
แต่อาจยังเข้าไม่ถึงใจก็ได้เพราะว่ายังกลัวเหมือนเดิม
เมื่อมาอยู่ในฐานะของ "คนไข้" ถึงได้เข้าใจและรู้ว่า...
อาการเงียบเฉยไม่ได้แสดงว่าไม่กลัว
เวลาที่มีคนยืนถือเข็มอยู่ตรงหน้า(ไม่ว่าอันเล็กหรืออันโต)
ความรู้สึกหวาด...กลัวก็ปรากฏชัดขึ้นในใจแม้ว่าจะคุ้นเคยกับมันอย่างดี
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้รู้ว่า...ที่ผ่านมาเราดูแลรักษาร่างกายจนบางครั้งก็ลืมดูแลใจ
เคยมีคนกล่าวว่า "ใจสบาย กายเป็นสุข " และ "ใจหายไข้ กายหายป่วย"
เพราะใจนั้นคือสิ่งที่สำคัญที่สุดและทำให้นึกถึง
อาจารย์หมอท่านหนึ่งที่เคยกล่าวว่า...
"หมอที่กลายเป็นคนไข้ จะเข้าใจความรู้สึกของคนไข้ได้อย่างแท้จริง"
วันนี้เพิ่งเข้าใจถึงความหมายที่อาจารย์ต้องการบอก
และตั้งปณิธานใหม่ว่าตั้งแต่นี้ไปจะให้ความสำคัญของกายและใจเท่าๆ กัน
และขอยึดมั่นในคติพจน์ที่สมเด็จพระราชบิดา (ของในหลวง)
ท่านทรงประทานให้มาว่า...
พึงเอาใจเขามาใส่ใจเรา (อต∙ตาน° อุปม° กเร)


#1 By คนธรรมดา on 2008-06-26 20:49