เคล็ด(ไม่)ลับการดูจิต

posted on 14 Sep 2009 18:34 by kaewkanitt in progress

วันอาทิตย์ที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปกราบครูบาอาจารย์อีกครั้ง

หลังจากที่ตัดสินใจเข้ามาศึกษาหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนาอย่างจริงจัง

เมื่อ 2 เดือนก่อนได้มีโอกาสไปปฐมนิเทศน์(อนุบาล)ดูจิตที่สวนสันติธรรม

และได้มีโอกาสส่งการบ้านครั้งแรกกับครูบาอาจารย์

หลวงพ่อท่านเมตตาสั่งสอนชี้แนะและให้การบ้านกลับมาฝึกฝน

ตั้งแต่นั้นมาทุกๆ วันต้องหาเวลาฝึก(ซ้อม)เดิน เดินและเดินอย่างมีสติ

เมื่อวานนี้ขณะนั่งรถไปฟังธรรมรู้สึกใจเบิกบาน ฮึกเหิมและมีแรง

เมื่อไปถึงวัดแห่งหนึ่ง(ที่ครูบาอาจารย์มาแสดงธรรม)

สถานที่แสดงธรรมอยู่ชั้น5 เรา(ฉันและพี่ที่ทำงานด้วยกันอีก 2 คน)ตั้งใจจะเดินไปขึ้นลิฟท์

แต่เมื่อไปถึงเห็นเจ้าหน้าที่ซึ่งยืนอยู่หน้าลิฟต์แสดงสีหน้าเหมือนว่าไม่ให้ขึ้น

และปรายตาไปยังบันไดซึ่งอยู่ถัดไป ตอนนั้นรู้สึกใจตัวเองกระตุกขึ้นแว๊บนึง

รู้สึกเป็นห่วงพี่อีกคนซึ่งสูงวัยแล้วที่ไปด้วยกัน(นึกในใจ...แล้วพี่สาวฉันจะไหวไหมเนี่ย)

แล้วก็ได้แต่มองหน้ากัน สำหรับฉันแค่ 5 ชั้น สบม.ยห.

แต่ด้วยสปิริตความอยากฟังธรรมของพี่สาว สุดท้ายเราก็พากันเดินขึ้นบันได

เดินไปถึงขั้น5 รู้สึกเหนื่อยนิดหน่อย พอหันไปมองลิฟท์ประตูเปิดพอดี

มีคนเดินออกมากลุ่มนึง เห็นใจตัวเองแว๊บไปอีกครั้ง(ทำไมเขาขึ้นมาได้หว่า)

เมื่อเข้าไปถึงห้องแสดงธรรม(มาก่อนเวลา 2 ชม.) คนมาเกือบค่อนห้องแล้ว

บรรยากาศช่างแตกต่างกับสวนฯ และศาลาลุงชินที่เคยไป(ไม่พบกระแสแห่งความสงบ เย็น)

ที่ต่างคือรู้สึกได้ถึงความร้อน วุ่นวาย เสียงคุยที่ดังเหมือนเด็กนักเรียนยามที่ไม่มีครูอยู่ในห้อง

รู้สึกได้ถึงความแก่งแย่งแข่งขันทั้งเรื่องที่นั่งและสื่อธรรมะที่นำมาแจก

มีบางคนไม่ได้แต่บางคนได้เกินโควต้า (เพราะการแจกเป็นแบบส่งต่อกันไปในแถวที่นั่ง)

ขณะหลวงพ่อเทศน์บางคนนั่งบนส้นเท้าและทำตัวให้สูงที่สุดเพื่อจะได้มองเห็นหลวงพ่อ

ทำให้คนนั่งข้างหลังอย่างฉันและคนอื่นๆ ที่พยายามนั่งหลังตรงแล้วก็ยังมองไม่เห็นหลวงพ่อ

แม้ไม่ค่อยเห็นท่านขณะเทศน์แต่รู้สึกได้ถึงกระแสแห่งความเมตตาและความร่มเย็นที่เข้ามาสู่ใจ

 

จำได้ว่า...ช่วงหนึ่งของการเทศน์ท่านบอกว่า...การดูจิตให้ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วมีเคล็ดลับอยู่ 3 ข้อ คือ

1. ก่อนดูจิตไม่ดักดู หมายถึงอะไรเกิดขึ้นให้ตามรู้ ไม่ดักรอ เพ่ง จ้องหรืออยากให้เกิด(เพราะจะไม่เกิด)

2. เมื่อมีสภาวะเกิดขึ้น(ขณะดู)ให้รู้สภาวะตามความเป็นจริง ไม่เพ่งจ้องให้ดูอยู่ห่างๆ ไม่ถลำเข้าไปดู

3. เมื่อเกิดสภาวะขึ้นแล้วให้ดูด้วยใจที่เป็นกลาง(ไม่เข้าไปแทรกแซง) ไม่คิดหรือปรุงแต่งเพิ่ม ให้รู้ซื่อๆ

 

สรุปได้ว่า "ให้มีสติรู้กาย รู้ใจ ตามความเป็นจริงด้วยจิตที่ตั้งมั่น เป็นกลาง"

 

สุดท้ายท่านถามว่า...รู้ตัวหรือยังว่าทำผิดตรงไหนเพราะเหตุใดจึงไม่ก้าวหน้า

ฉันตอบท่านในใจ...หนูทำผิดครบทั้ง 3 ข้อเลยค่ะ 

 

แม้ว่าขณะที่ท่านตรวจการบ้านจะมีคนเดินมาเรี่ยไร ถ่ายรูปท่านและคุยกัน

ท่านก็ยังคงเมตตาสอนและตรวจการบ้านให้ด้วยสีหน้าที่ผ่องใส เบิกบาน

การไปฟังธรรมครั้งนี้เห็นจิตตัวเองเคลื่อนไหวขึ้นลง วิ่งไป-วิ่งมาอยู่ตลอดเวลา

อาจเป็นเพราะสิ่งแวดล้อมที่ต่างออกไป

 

สุดท้าย ขอกราบนมัสการหลวงพ่อด้วยเศียรเกล้า

 

 

Comment

Comment:

Tweet

ทำยากเหลือเกินค่ะพี่แก้วนุ๋เองก็พยายามอยู่ และหวังว่า จะดีขึ้นมากกว่านี้ question

สู้ ๆ ค่ะพี่แก้ว

ปล.งานเยอะมากค่ะ แถววันนี้คอมเสียอีก นู๋นะ อยากจะบ้าจริงๆเลย

ช่วงนี้ฝนตกทุกวันพี่แก้วรักษาสุขภาพนะคะ
คิดถึงเสมอbig smile

#9 By # li DarK_SpritE il # on 2009-09-22 21:04

อนุโมทนาบุญกับพี่ไก่ด้วยนะคะ

สาธุ สาธุ สาธุ ค่ะ big smile

#8 By kaew on 2009-09-17 23:13

.

สองสาวนัดกันเรื่องไปศาลาลุงชินมาตั้งแต่วันที่ไปสวนฯโน้นแน่ะค่ะ เพราะเจ้าของบ้านว่างไม่ค่อยตรงกัน double wink

ทุกวัน ต้องพยายามรักษาตัวไม่ให้ป่วยไข้ กลัวเอาเชื้อไปแพร่ใส่ครูบาอาจารย์ล่ะ แต่เหมือนเขายังให้ใส่ mask อยู่นะคะ

ว่าจะไปที่สวนฯอีกทีเดือน พ.ย. ค่ะ ได้วันแล้วจะป่าวประกาศบอกค่ะ เผื่อศิษย์พี่ว่างไปด้วยกัน surprised smile

.
สวัสดีจ้า ...

วันนี้ ...(กางร่ม)ไปกราบลพ. มาจร้า นำบุญกุศลมาฝากทุก ๆ ท่านด้วย

ช่วงนี้ลพ.ให้ทุกคนส่งการบ้าน ด้วยการบอกกับลพ.ว่า แต่ละคนผิดกฏข้อไหน คิคิ ... ทำเอาหลายคนไม่กล้ายกมือส่งการบ้านกันเลย

สำหรับพี่ .. สะดวกที่จะไปฟังเทศน์ลพ. ที่สวนฯ มากกว่า แต่ถ้ามีโอกาศก็จะไปดูบรรยากาศเวลาลพ ไปเทศน์นอกสถานที่บ้าง ...

วันที่ลพ. ไปเทศน์ที่เสถียรธรรมสถาน คนเยอะมากทีมงานที่เสถียรฯ ไม่คิดว่าคนจะเยอะแยะมากมายขนาดนั้น แต่ที่เยอะก็เพราะที่นั่นมีกิจกรรมทุกวันอาทิตย์ด้วย..มีบรรยากาศคนเดินไป เดินมาตัดหน้าเหมือนกัน กระแสของความฟุ้งซ่านมีกระจายอยู่โดยรอบ ธรรมะจะเป็นไปตามบรรยากาศอ่ะนะ

อาทิตย์นี้ ลพ.มาศาลาลุงชิน 2 สาวจับมือไปด้วยกันอีกหรือป่าวล่ะจ๊ะ confused smile

#6 By สาวิกา (124.120.106.69) on 2009-09-17 17:55

sad smile งั้นนู๋ก็คงจะเป็นเหมือนกะพี่แก้วเลยนะคะ
เพราะเคล็บลับทั้ง 3 ข้อ ก็เป็นมันซะทุกอย่างเลย 55+

sad smile sad smile

หวังว่าต่อไป "เรา" จะพัฒนาใจเราขึ้น ... เนอะ

big smile big smile

#5 By !2know ++ on 2009-09-17 14:22

ท่านก็เคยว่าไว้นะครับว่า เทศน์ที่อื่นธรรมะไม่เข้มข้นเหมือนที่วัดท่าน...


โมทนานะพี่... สู้ๆbig smile

#4 By Beer on 2009-09-15 15:47

ใจต้องเป็นกลาง สาธุๆๆ
สวนสันติธรรม

ชอบไปเหมือนกันคะ นับถือหลวงพ่อมาก ๆ คะ กลับมาบ้านที่ฮ่องกงหอบ cd มาฟัง

นับถือหลวงพ่อมาก ๆ เลยคะ

ดีใจจังเลยคะที่ได้เจอเพื่อนใน blog สนใจศึกษาธรรมะ ด้วยเหมือนกัน surprised smile

#2 By on 2009-09-15 09:58

สาธุครับคุณแก้ว

เคล็ดลับสามข้อที่หลวงพ่อให้มาเป็นหัวใจของการดูจิตเลยนะครับ ฟังดูง่ายๆแต่พอทำมันอาจจะไม่ง่าย แต่ก็ไม่ได้ยากครับ อยู่ที่การฝึกฝนและความต่อเนื่องของการปฏิบัติ

ผมถือคติอยู่อย่างนะครับ คนเก่งไม่กลัว กลัวคนขยัน

big smile big smile big smile

#1 By Nirvana on 2009-09-15 09:41